โปรไฟล์ของ Nanshu Sinkid บน OokbeeComics.com

Nanshu Sinkid

282 ผู้ติดตาม 45 กำลังติดตาม เข้าร่วม #OokbeeComicsBonus

◘• ASKDevianartFacebookTumblrYoutube •◘

○ยินดีรู้จักทุกท่าน...เราเป็นนักวาดภาพประกอบและออกแบบกราฟิคอิสระ สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนติชมต่างๆได้ตามสมควรจ่ะ  

ขอบคุณจ่ะ

Nanshu29

 

 

การ์ตูน (4) ดูทั้งหมด

422
141,586
จำนวนหน้า: 123
19
5,855
จำนวนหน้า: 22
21
6,795
จำนวนหน้า: 19
22
3,523
จำนวนหน้า: 19

บล็อก (22) ดูทั้งหมด

บันทึก

เกมส์หรือสื่อดิจิตอลมีผลกระทบเพราะอะไร? (ข้อดี/ข้อเสีย)

Nanshu Sinkid
4 เม.ย. 2560, 18:49 น.

    โดยส่วนตัวแอดมินหรือแนนเองก็เป็นบุคคลที่เคยติดเกมส์มาก่อนและเคยเปย์เทพทรูมาแล้วทั้งสิ้น จากข้อโต้เถียงอันดุเดือดในสังคมออนไลน์
ที่พูดถึงว่า เกมส์มันเป็นสิ่งชั่วร้ายบ้าง เป็นสิ่งดีบ้างเช่นได้ภาษานะพวกเธอว์ แต่ไม่ค่อยมีใครเคยวิเคราะห์ถึงหลักเหตุและผลว่าทำไมเพราะอะไร?
ถึงวิเคราะห์ขึ้นมาก็เป็นหลักวิชาการมากเกินไปจนยากจะเข้าใจ และนั่นล่ะคือหลักใจความที่จะอธิบายให้ฟังว่าอะไรและทำไม สื่อที่เป็นภาพเคลื่อนไหวหรือเกมส์มีผลกระทบอย่างไรต่อเราหรือทุกคนอย่างไร ถ้าหากพวกเราไม่รู้จักมันดีเราก็จะแพ้มันแต่ถ้าเรารู้จักใช้มันมันก็จะดีแก่ตัวคุณเอง

อย่างเช่นตัวอย่างที่แนนวิเคราะห์มาดังนี้...

1.ทำไมเกมส์หรือสื่อดิจิตอลถึงมีผลกระทบต่อสมาธิและการเรียนรู้ของคุณ
ไม่ว่าจะภาพนิ่งหรือภาพเคล่อนไหวที่ผ่านออกจากดิจิตอลนั้นล้วนทำให้คุณสมาธิสั้นลงโดยไม่รู้ตัว จะอธิบายให้ฟังว่าทำไมเราไม่รู้หรอกว่าเรากำลังจ้องอะไรอยู่ภาพในคอมหรือสื่อทางดิจิตอลนั้นต้องทำความเข้าใจกระบวนการทำงานของมันมันไม่ใช่เป็นแผ่นกระดาษ1แผ่นแล้วฉายแสง แต่มันคือภาพที่ฉายซ้ำๆอาจจะ 24-100 เฟรมต่อวินาที นั่นล่ะค่ะ คุณกำลังจ้องภาพที่ฉายซ้ำๆไปเรื่อยๆแต่ที่เรายังคงมองเป็นภาพนิ่งอยู่เพราะสายตาของเราไม่สามารถมองเฟรมที่สับเปลี่ยนตลอดเวลานั้นได้ทันนะเอง ซึ่งวิธีทำความเข้าใจว่ามันเป้นเฟรมแบบนั้นได้ไงให้ดู ภาพจากกล้องVDOถ่ายที่จอทีวีนะเองซึ่งมันจะมีความเป้นภาพสั่นอยู่(ดั่งภาพตัวอย่างที่เราแนบให้เห็น)

     

(ภาพจะความสั่น ถ้าคนยุค 90 จะเข้าใจดีตอนออกข่าวเด็กติดเกมส์หรือดูภาพทีวีผ่านหนังที่เราดู)

ซึ่งเดี๋ยวนี้น่าจะเป็นไปได้ยากแล้วเพราะว่า กล้องถ่ายภาพน่าจะพัฒนาไปมากไม่น่าจะถ่ายออกมาเห็นเป็นเส้นเฟรมๆในจอทีวีได้แล้วนะเอง(ความถี่ของFrame Rateที่อาจต่างกัน) ดังนั้นไม่ต้องสงสัยว่าทำไมคุณถึงรู้สึกสมาธิไม่อยู่กะเนื้อกะตัวและยิ่งสั้นลงๆเพราะ สมองได้กำลังบันทึกภาพเหล่านั้นเป็นเฟรมต่อเฟรมซึ่งไม่ใช่ภาพนิ่งอย่างกระดาษนะเอง(จึงส่งผลให้คุณสายตาล้า+แสงด้วย)  ซึ่งวิธีแก้นั้นไม่ยากให้ล่ะสายตาออกจากคอมบ้างหรือทำกิจกรรมอื่นบ้างจะช่วยได้ค่ะ

2.ปัญหาที่เกิดขึ้นต่อผู้แยกแยะไม่เป็นอย่างเช่นเด็กทำไมถึงต้องห้ามเล่นเกมส์  
ไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะสามารถแยกแยะว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำดังนั้นปัญหาจึงเกิดปัญหาขึ้นไม่จบไม่สิ้นเสมอ ดังตัวอย่างข้อ 1 ที่เราได้อธิบายไป
ว่าภาพจากสื่อดิจิตอลเป็นเฟรมเรต ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวหรีอภสพนิ่ง และน่นอนที่บอกว่ามีผลกระทบต่อเด็กโดยตรง
เนื่องจากเด็กเริ่มจากการเรียนรู้ด้านภาพก่อนเสียง ก่อนอื่นๆ ดังนั้นการส่งเขาไปสู่ภาพที่เป็นลักษณะFrame Rate เคลื่อนไหวมากๆ 
มีผลต่อความคิดและสมาธิในการพัฒนาค่ะ ซึ่งแน่นอนสมองจะบันทึกเป็นความถี่แบบFrame Rateเลยทีเดียว นั่นจึงส่งผลให้พวกเขาใจร้อนหรือรู้สึกว่าต้องทำอะไรไวๆ อยากได้อะไรต้องไวตามสื่อที่ตนเองรับรู้มานะเอง ซึ่งกว่าจะหายได้ก็อาจต้องใช้เวลากันไปหรือให้ไปทำกิจกรรมอื่นๆแทนจนกว่าจะบรรลุและควบคุมตนเองได้ (คือเรายกตัวอย่างที่เคยเจอมากะตัวเลยล่ะ)

3.ข้อดีในเล่นถ้ารู้จักใช้ให้เป็นและทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง 
ใช่แล้ว เอามาประยุกต์นะเองอย่างเช่นการทำความเข้าใจด้านภาษาในเกมส์ทั้งหารออกเสียงและคำพูด(ซึ่งเกมส์เดี๋ยวนี้เนื้อเรื่องจะมีเสียงพูดอยู่แล้ว)
เมื่อเราเล่นแล้วอยากเข้าใจเนื้อเรื่องเราจึงพยายามที่จะอ่านและฟังอย่างเข้าใจ บางคนเล่นเพื่อดูการเคลื่อนไหวไดนามิกต่างๆ ส่วนเสริมจิตนาการมากมายและในส่วนของเกมส์นั้น ยังส่งผลต่อการกระทำด้านการแข่งขันทางสังคม การพิชิต การเอาชนะและไม่ยอมแพ้ต่างๆ แน่นอนถ้าใช้มันเป็นก็จะเป็นผลดีแต่ถ้าใช้ไม่เป็นก็จะหัวร้อนกันไปเพราะคุณอาจจะรู้สึกแพ้ใครไม่เป็น

4.กฎการกำเนิดเกมส์ขึ้นมาเพื่อสนองความบันเทิงที่อาจไม่มีจริงบนโลกนี้หรือมาสนองความอยากในแบบโลกเสมือน
หัวข้อนี้ แน่นอนเกมส์ถูกสร้างมาเพื่ออะไร คลายเครียด สนองความรู้สึกที่ไม่มีอยู่จริงบนโลกนี้ แล้วไหงเราจึงลากมันมาอยู่บนโลกความจริงด้วยล่ะ? หลายคนอ้างเหตุผลว่า เลียนแบบเกมส์มา แน่นอนเพราะต้องการผลักความผิดไปหาสิ่งที่ไม่สามารถโต้งเถียงได้นั่นคือการเอาตัวรอดที่ง่ายๆ แทนที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

5.ที่มันเป็นภัยร้ายหรือตัวร้ายของสังคมเพราะตัวพวกคุณแต่ไม่ใช่เพราะตัวเกมส์
เกมส์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิงตามข้อ 4 ที่ผ่านมา เป็นโลกเสมือน แต่จะมีแค่คนบางกลุ่มเท่านั้นที่ผลักภาระไปยังสิ่งที่มันแก้ไขตัวมันเองไม่ได้ 
เหมือนผลักความผิดไปหาคนตายนั่นล่ะค่ะ เกมส์ไม่ใช่ภัยร้าย ถ้าคุณเล่นมันเป็น ไม่ใช่คุณให้มันเล่น สำหรับแนนเองก็เอาเกมส์มาประยุกต์เช่นกันในการสอน การทำให้สนุกเหมือนการเล่นเกมส์นั่นล่ะคือส่วนของการทำความเข้าใจและเรียนรู้อย่างสนุกอย่างหนึ่ง ดังนั้นจงสร้างโลกเสมือนของคุณด้วยตัวเองคุณเองและพิชิตมันเหมือนเล่นเกมส์แล้วคุณจะสนุก

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยคแก่ทุกคนนะคะ จะได้ทำความเข้าใจด้วยว่าทำไม?นะเอง

อ่านบล็อก "เกมส์หรือสื่อดิจิตอลมีผลกระทบเพราะอะไร? (ข้อดี/ข้อเสีย)" ต่อ
บันทึก

มโนเรื่อง Angels อย่างเพ้อเจ้อ

Nanshu Sinkid
24 มี.ค. 2560, 13:40 น.

มุมมองแองเจิ้ลในสายตาของเราก่อนจะได้อ่านในไบเบิ้ล...

หลังจากมโนมาหลายครั้งในวัยเด็กจากสมุดภาพระบายสีเกี่ยวกับสวรรค์ลงโทษมนุษย์จนครูบอกว่า"ใช่ คนไทยหรือเด็กพุทธรึเปล่า?" สู่หมวดหมู่ความจริงจังของชีวิตเดินทางมาวัยรุ่นและมาสู่วัยทำงานก็ยังคงมีความรักไม่เสื่อมคลายในจิตนาการของสิ่งมีชีวิตที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาอย่างเช่น "แองเจิ้ล"
แองเจิ้ลในโลกของเราเกิดขึ้นในความฝัน เรามักจะฝันถึงการบินบนเวหาและแอบมองเห็นหน้าตาที่สวยงามของเหล่าแองเจิ้ล 

ในนาทีแรกเราเข้าใจว่า แองเจิ้ลคือเพศชาย เพราะแน่นอนในส่วนความคิดแล้วเรามองเห็นในความฝันว่ามันคือเพศชายจริงๆ แต่พอได้ทำความเข้าใจต่างๆมากมายจากการดูหนังฝรั่งและอื่นๆ จึงทำให้เราตีความว่าแองเจิ้ลคือสิ่งมีชีวิตที่ "ไม่น่าจะมีเพศ" หรือเรียกว่าไม่สามารถระบุเพศที่แท้จริงได้ เพราะทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แองเจิ้ล คือสิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยแสงสว่างและไม่มีความรัก โลภ โกธร หลง(ในมุมมองเรา) เรามองว่ามันจึงเป็นเหตุและผลของการเป็นไปได้ว่าเพศที่ไม่ชัดเจนนั่นเอง แต่การมีตัวตนของแองเจิ้ลก็ยังคงมีอยู่ บางคนมองว่ามันเป้นเพียงแสงสว่างที่มนุษย์ไม่สามารถจับต้องบางมโนถูกสร้างขึ้นจากความไม่ชัดเจน เช่น การดึงความสมบรูณ์แบบของมนุษย์ เช่น "หน้าตาสวยงามราวสตรีแต่มีร่างกายที่แข็งแรงอย่างบุรุษ"
ดั่งตัวอย่างแองเจิ้ลของหนังเรื่อง Constantine (2005)

ที่มีลักษณะไม่ชัดเจนของเพศอย่างแท้จริง  (คือ..โคตรปิ๊ง)

หลังจากคลั่งมาได้ซักพักได้ค้นต่อไป...ว่า แองเจิ้ลมันมาได้อย่างไร บางทีความมโนของมนุษย์ในยุคสมัยอดีตเพียงต้องการที่จะเชื่ออย่างบ้าคลั่ง สิ่งที่มองไม่เห็น ต้องการยีดเหนี่ยวอะไรซักอย่าง...สิ่งที่ดูสูงส่งเกินเอื้อม  อิสระเสรีบนท้องฟ้า และทางเราก็เคยได้ยินว่า แองเจิ้ลนั้นเกิดจาก..."ความหลงตัวเองในหมู่ของมนุษย์ที่หลอกลวงกันและกันและเพียงแค่ใส่ความต้องการสูงสุดของตนเองลงไป ใช่แล้ว...เราทุกคนต้องการจะมีอิสระ ต้องการที่จะอยู่สูงกว่าใครๆ อิสระและสูงส่งอย่างเช่นนกที่จะไปไหนก็ได้(ไม่ใช่นกในความรักนะ) จึงทำให้เกิดการเอาความหลงตัวเองและเอาสิ่งที่นกมีมารวมกันจนเป็น แองเจิ้ล ในที่สุด" 

และหลังจากกำเนิดแองเจิ้ลแล้วยังไงต่อ? การกำเนิดนั้นไม่ยากแต่สิ่งที่จะทำให้มีตัวตนนั่นล่ะคือสิ่งที่ยาก...แรงความเชื่อที่บ้าคลั่งอย่างมีสติหรือเรียกอย่างง่ายๆและดูหรูว่าศรัทธา(แต่ถ้าไร้สติก็คืองมงาย) เอาเป็นว่า แองเจิ้ลมีอยู่จริงไหม? ในมุมมองของแนนก่อนจะได้สนใจและคุยกับสหายที่อ่านไบเบิ้ลมีหลายสิ่งที่ตรงกับความคิดในตอนนั้น "บางทีความเชื่อที่มากพอก็อาจจะสร้างสิ่งนั้นให้เป็นจริง"  นั้นคือ concept ที่แนนคิด...


ใช่แล้ว... "คุณจะทำอย่างไรให้คนเขาเชื่อว่าคุณมีตัวตน" นั่นล่ะที่ยากจริงๆ    แต่ว่าการมีอยู่จริงแนนก็เคยคิดนะว่าบางทีสมองเรานี่ล่ะทีน่ากลัว เราอาจสามารถสร้างภาพมโนนั้นขึ้นมาเองด้วยวงจรไฟฟ้าของสมอง สมองและตา สมองและความรู้สึก สร้างสิ่งที่บิดเบี้ยวมาเยอะแล้ว ถ้าคุณลองคิดและวิเคราะห์ดูอย่างสนใจ...ซึ่งต้องร้องเลยว่า อืมหื้อ...ทีเดียว


อ่านบล็อก "มโนเรื่อง Angels อย่างเพ้อเจ้อ" ต่อ